วันจันทร์, 12 เมษายน 2564

ผามออีแดง ประสาทโดนตวล น้ำตกวังใหญ่ วัดล้านขวด

แชร์ได้นะครับ

เช้ามึดของวันนี้ นึกครึ่มใจอยากไปศรีสะเกษสักครั้ง ปลายทางคือ ผามออีแดง จังหวัดศรีสะเกษ ตื่นขึ้นมาตอน ตี 3 ออกเดินทางตอน ตี 4 ระยะทางราวๆ 120 กิโล ใช้เวลา ประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง ถึงเวลาประมาณ 6 โมงครึ่ง

มาถึงเขต อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร  แวะเข้าไปเสียค่าธรรมเนียมเข้าอุทยาน อัตราตามตารางด้านล่างเลยครับ ผมเสียไป 60 บาท

หลังจากเสียค่าบริการก็ ก็มุ่งหน้าไปผามออีแดง ซึ่งขับรถต่อไปประมาณ 8 กิโลเมตร

เป็นเส้นทางที่เริ่มขึ้นเขา อากาศเริ่มเย็น ตลอดเส้นทางมีหมอกค่อนข้างหนา

เช้านี้รถค่อนข้างเยอะ คนมาชมพระอาทิตย์ขึ้นเยอะมาก เพราะผามออีแดงค่อนข้างที่จะสะดวกในเดินทาง สามารถจอดรถแล้วเดินไม่ถึง 50 เมตร ก็สามารถถึงจุดชมวิวได้อย่างง่ายๆ

ผามออีแดง อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ศรีสะเกษ (85)

ผามออีแดง

ผามออีแดง ตั้งอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ มีลักษณะเป็นหน้าผาสูงชันกั้นเขตแดนประเทศไทยกับประเทศกัมพูชา นี่นับเป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวที่สวยงามอีกแห่งของภาคอีสาน และบริเวณผามีภาพแกะสลักนูนต่ำโบราณอายุ 1500 ปี อีกด้วย

จุดชมวิวซึ่งมีหลายจุดให้ได้แวะชมวิวและถ่ายภาพเป็นระยะมองเห็นทัศนียภาพของแผ่นดินประเทศกัมพูชาที่อยู่ต่ำลงไปอย่างเป็นมุมกว้าง โดยจัดเป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติทอดยาวไปจนสุดปลายหน้าผามีรั้วกั้นไว้ สามารถแวะชมวิวได้ตลอดทาง

เดินไปอีกนิดจะพบกับทางเดินไม้เลียบหน้าผาระยะทางประมาณ 200 เมตร  สำหรับเดินลงไปชมภาพแกะสลักนูนต่ำ ซึ่งปัจจุบันได้ทำเป็นประตูกรงเหล็กกั้นไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการไปขีดเขียนบริเวนภาพถ่าย แต่มีการทำช่องเล็กๆ สำหรับเอาเลนส์เช้าไปถ่ายภาพได้ ภาพแกะสลักหินมีความงดงามมีมนต์ขลัง โดยเฉพาะในยามเช้าที่มีแสงส่องกระทบลงมาบนภาพ ทำให้ดูมีเสน่ห์มากขึ้น ภาพแกะสลักนูนต่ำบนแผ่นหิน คือ รูปพระศิวะ พระอุมา และพระนารายณ์ ในเครื่องแต่งกายแบบชาวกัมพูชา สร้างขึ้นก่อนปราสาทเขาพระวิหาร ราวกลางศตวรรษที่ 11 อายุประมาณ 1,500 ปี)

เส้นทางตรงนี้คือสุดชายแดนแล้ว รถไม่สามารถผ่านไปได้

หลังจากขับรถกลับลงมา จุดหมายต่อไปคือน้ำตกสักแห่งที่ใกล้ๆแถวนั้น แต่ระหว่างทางเห็นป้าย ไปยังปราสาทโดนตวน ก็เลยแวะไป ระยะทาง 10 กิโลเมตร ระหว่างผามออีแดง ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่คนยังไม่รู้จักมากนัก แต่เป็นโบราณสถานที่น่าศึกษาและอนุรักษ์ไว้

ปราสาทโดนตวล

” ตำนาน ปราสาทโดนตวล กล่าวถึงสตรีสูงศักดิ์ที่มีรูปร่างหน้าตาสวยงาม แต่มีลักษณะอาภัพ คือหน้าอกใหญ่ ไปไหนมาไหนไม่สะดวก ต้องเอาสายสร้อยทองคำเป็นสาแหรกรองรับไว้ กิตติศัพท์เลื่องลือไปจนถึงกษัตริย์ขอม จึงให้เหล่าอมาตย์มารับนางไปเฝ้า แต่ขณะเดินทางได้พักที่ลานหินโดนตวล ขณะนั้นตาเล็งซึ่งเป็นคนบ้านเดียวกันกับนางนมใหญ่ ได้เข้าไปตามนางนมใหญ่กลับไป เกิดการต่อสู้กับเหล่าอำมาตย์จึงฆ่าตาเล็ง ทิ้งไว้ที่ป่า บริเวณที่สร้างปราสาทโดนตวล

ปราสาทโดนตวล เป็นปราสาทขอมโบราณขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ริมหน้าผาสูง บนเทือกเขาพนมดงรัก บริเวณใกล้ชายแดนไทย-กัมพูชา มีปรางค์รูปสี่เหลี่ยมย่อมุม ก่อด้วยอิฐ ซุ้มประตูก่อด้วยศิลา และมีรูปสิงโตจำหลักอยู่หน้าปราสาท ตัวปราสาทหันหน้าไปทางทิศตะวันออก บริเวณหน้าปราสาทมีถนนปูด้วยหินขนาดเล็ก กว้าง 6 เมตร มีเสาหิน 2 คู่ สูง 3 เมตร อยู่ห่างกันราว 250 เซนติเมตร ปรางค์องค์หน้าอยู่ถัดจากซุ้มประตูเข้าไปประมาณ 1 เมตร หักพังจนมีสภาพเป็นกองอิฐทับถมกันอยู่ มีสระน้ำขนาดใหญ่กว้างด้านละ 80 เมตร มีร่องระบายน้ำจากยอดเขาลงมาสู่สระร่องน้ำลึกประมาณ 2 เมตร ประวัติศาสตร์ยังไม่มีปรากฏแน่ชัด แต่สันนิษฐานว่าอายุของปราค์ศิลาแห่งนี้คงอยู่ราว พ.ศ. 1500 – พ.ศ. 1650

สถานีต่อไปคือ น้ำตกวังใหญ่ ซึ่งห่างออกไปประมาณ 40 กิโลเมตร

 น้ำตกวังใหญ่ 

อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าพนมดงรัก บ้านก่อ หมู่ 7 ตำบลละลาย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ

ถ้าออกเดินทางจากจังหวัดศรีสะเกษ ถึงอำเภอกันทรลักษ์ระยะทาง 65  กิโลเมตร เมื่อถึงอำเภอกันทรลักษ์เดินทางโดยถนนสายเขาพระวิหาร แล้วเลี้ยวขวาไปตามถนนที่ไปอำเภอขุนหาญ เลี้ยวซ้าย เข้าน้ำตกวังใหญ่ ระยะทางประมาณ 11 กิโลเมตร

ตัวน้ำตก มีความสุงประมาณ 5 เมตร สามารถลงเล่นน้ำได้ตลอดแนวน้ำตก และยังสามารถศึกษาพืชสมุนไพร ซึ่งมีไม่ต่ำกว่า 1,000 ชนิด

ได้เวลากลับ ซึ่งขากลับจะแวะวัดอีกแห่งที่มีความแปลก นั่นก็คือ วัดป่ามหาเจดีย์แก้ว (วัดล้านขวด)

วัดป่ามหาเจดีย์แก้ว (วัดล้านขวด)

วัดป่ามหาเจดีย์แก้ว ในอำเภอขุนหาญ หรือ ที่เรามักเรียกกว่า วัดล้านขวดนั้น ก็เป็นไปตามชื่อวัดเลยครับ เพราะไม่ว่าจะหันมองไปทางไหน เราก็จะเห็นแต่ขวด หลากสีนับล้านๆใบ ที่ชาวบ้านร่วมกันหามาสร้างอาคารต่างๆ ที่ตกแต่งด้วยความสวยงาม ทั้งภายในและภายนอกอาคาร

วัดได้สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2527 ขวดทั้งหมดที่นำมาสร้างสิ่งต่างๆ ในวัดมีจำนวนมากถึง 1,500,000 ขวด เริ่มตั้งแต่ทางเข้าวัดทั้งกำแพงซุ้ม ประตูโบสถ์ ศาลา หอระฆัง กุฏิ เมรุ หรือแม้แต่ห้องน้ำ ก็ยังถูกตบแต่งด้วยขวดเช่นกัน

ความงามจากขวดทั้งหมดเป็นความคิดของ ท่านพระครูวิเวกธรรมาจารย์ หรือหลวงปู่หลอด ที่ชาวบ้านเรียกกัน และยังมีแง่คิดแฝงเป็นนัยว่า ขวดนั้นใสยาม เมื่อกระทบแสงแดด

เป็นวัดที่มีความแปลกมาก ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์จากขวดธรรมดา ให้เป็นสิ่งปลูกสร้างที่สวยงามได้ บรรยากาศรอบๆวัดค่อนข้างสงบเงียบ เป็นสถานที่ทางศาสนาที่ควรค่าแห่งการแวะทำบุญสร้างเสริมสิริมงคล ให้ตนเองและครอบครัว

สิ้นสุดการเดินทาง 1 วัน ในจังหวัดศรีสะเกษ กลับถึงอุบล 16.20 น. ร่างกายอ่อนล้ามากมาย แต่ก็สนุกกับการเดินทาง พบปะผู้คนแปลกหน้า ครั้งต่อไปจะไปที่ไหนอีกรอติดตามได้ที่ iwegooo.com สำหรับวันนี้ ขอบคุณและสวัสดีครับ


แชร์ได้นะครับ