วันพฤหัสบดี, 22 ตุลาคม 2563

วัดภูพร้าว วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว อุบลราชธานี

แชร์ได้นะครับ

ผมย้ายมาอยู่จังหวัดอุบลฯได้ปีกว่าๆ เดินทางไปยังที่ต่างๆทั่วทั้งจังหวัดตามที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ วัดเก่าแก่ และที่นี้คือวัดอีกแห่งที่มีความสำคัญของจังหวัดอุบล วัดสิรินธรวราราม ภูพร้าว หรือหลายคนรู้จักในนาม วัดเรืองแสง เราไปทำความรู้จักกันครับ 

วัดภูพร้าว วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว วัดเรืองแสง อุบลราชธานี (38)

เข้ามาในบริเวณวัดก็จะเจอพี่เจ้าหน้าที่ใจดีที่ป้อมยาม แนะนำที่จอดรถให้ ด้านซ้ายมือเข้าที่จอดรถมอเตอร์ไซค์ รถยนต์ตรงเข้าไปจอดด้านใน ที่จอดรถกว้างมากจอดได้ ประมาณ 400 คัน

บริเวณลานจอดรถที่กว้าง นักท่องเที่ยวที่จะมาไหว้พระ ชมความงามของวัด ไว้ใจได้เลยว่ามีที่จอดรถแน่นอน

อนุสรณ์เจดีย์ พระครูกมลภาวนา

พระครูกมลภาวนากร เจ้าอาวาสและผู้บูรณะพัฒนาวัดภูหล่น ตำบลสงยาง อำเภอศรีเมืองใหม่ จังหวัดอุบลราชธานีได้ ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของพระอาจารย์บุญมาก ฐิติปัญโญได้นำคณะศิษยานุศิษย์มาบูรณะ ปฏิสังขรณ์วัดสิรินธรวราราม ให้กลับมาเป็นสถานที่ ปฏิบัติธรรมได้ดังเดิม พระครูกมลภาวนากร เล่าว่า เมื่อก่อนพื้นที่วัด มีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ และมีความพิเศษ คือ มีหินคล้ายลูกมะพร้าวเต็มไปหมด เมื่อทุบออกมาจะมีฝุ่นหรือเม็ดหินใส ๆ แวววาวระยับคล้ายเพชรพลอย ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นหินศักดิ์สิทธิ์ เป็นมะพร้าวที่ฤาษีทำเอาไว้ จึงเอาไปรักษาโรค จึงเรียกเขาลูกนี้ว่า “ภูพร้าว” ต่อมามีคนเก็บเอาไปขายจนหมด

ด้านทิศตะวันออกจะมองเห็นวิว ด่านพรมแดนช่องเม็ก และเป็นจุดชมความงามของทิวเขา สปป.ลาว

มูลเหตุของการสร้างวัดสิรินธรวราราม ภูพร้าว

  1. เนื่องด้วยเป็นสถานที่ พระบูรพาจารย์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ได้มาอธิษฐานจิตและได้ขอบิณฑบาตไว้ เพื่อตั้งวัดในพระพุทธศาสนา
  2. ลักษณะภูมิประเทศเป็นพื้นที่ชายแดน ติดกับสาธารณรัฐประชาชนลาว ฝ่ายทหารและทางฝ่ายตำรวจตระเวนชายแดน ได้มีความเห็นชอบที่จะให้มีการตั้งวัดขึ้นเพื่อเป็นแนวกันชนระหว่างชายแดน
  3. เพื่อรักษาและพัฒนาบูรณะปลูกต้นไม้ เสริมในเขตแนวป่าไม้ ให้กลับคืนสู่ความสมบูรณ์ของธรรมชาติ
  4. สถานที่แห่งนี้เป็นที่บำเพ็ญบุญร่วมกันของพี่น้องชาวไทยและชาวลาว ที่เดินทางไปมาหาสู่กัน ก่อให้เกิดความสามัคคีปรองดองกันระหว่างประเทศ

สิ่งสำคัญภายในวัดสิรินธรวราราม ภูพร้าว

  • พระประธาน อุโบสถ
  • อนุสรณ์เจดีย์พระอาจารย์บุญมาก ฐิติปัญโญ
  • อนุสรณ์เจดีย์พระครูกมลภาวนากร (สีทน กมโล)
  • ศาลาการเปรียญ โรงครัว
  • สระน้ำใช้ในเขตสงฆ์ ขนาดประมาณ 40*80 เมตร
  • อ่างเก็บน้ำกมโล ภิกขุ ขนาดประมาณ 40 ไร่
  • ฝายชะลอน้ำ ได้ความยาวร่องน้ำประมาณ 1 กิโลเมตร ด้านเชิงเขาตะวันออก

อุโบสถวัดสิรินธราราม ภูพร้าว

อุโบสถวัดสิรินธราราม ภูพร้าว เป็นอุโบสถที่มีความสวยงาม ตัวอุโบสถมีต้นแบบมาจากวัดเชียงทอง ประเทศลาว แต่มีความกว้างมากกว่า 1 เท่า และความยาวมากกว่า 2 เท่า เสาแต่ละต้นเขียนภาพ ลงลวดลายด้วยมือ โดยรอบนอกเป็นลายดอกบัวและสัตว์ ทั้งหลายตามคติบัว 4 เหล่า ทางเข้าเป็นต้นสาละ เขยิบเข้ามาเป็นต้นมะขามป้อม ต้นสมอ และด้านในสุดเป็นต้นโพธิ์ ส่วนพระประธานมีผู้นำมาถวายวัด ดั้งเดิมเป็นองค์พระพุทธชินราช แต่ช่างคณากรได้ออกแบบใหม่โดยถอดรัศมีและพระเกตุมาลาออก แล้วแกะสลักไม้เป็นต้นโพธิ์ไปวางอยู่ด้านหลังพระประธาน ด้านหลังพระอุโบสถ มีภาพประติมากรรมเรืองแสงต้นกัลปพฤกษ์ ฝีมือการออกแบบของ “ช่างคณากร ปริญญาปุณโณ” โดยการติดโมเสกที่ผสมสารเรืองแสงที่เรียกว่า ฟอสเฟอร์ สารเรืองแสงนี้จะทำให้ต้นกัลปพฤกษ์ปรากฏสีเขียวเรืองแสงเมื่อยามกลางคืน คุณสมบัติของสารฟลูออเรสเซนต์จะรับแสงพระอาทิตย์ในตอนกลางวัน แล้วจะฉายแสงคายพลังงานออกมาออกมาในตอนกลางคืน

ศิลปกรรมกุศโลบายต้นกัลปพฤกษ์ วัดสิรินธรวราราม ภูพร้าว

เขาพระสุเมรุ ตามคติโบราณ กล่าวว่า เขาพระสุเมรุ ตั้งอยู่บนพื้นน้ำ ใต้ฐานรองรับด้วยภูเขา 3 ลูก (สามเส้า) มีภูเขาล้อมรอบอีก 7 ลูก ความสูงลดหลั่นกันไปทีละครึ่ง เป็นที่อาศัยของเทวดาจตุรมหาราชิก และแต่ละลูกถูกกั้นด้วยแม่น้ำทั้ง 7 ถัดออกไปเป็นมหานทีสีทันดร ล้อมรอบเขาพระสุเมรุ โดยจะมีเกาะหรือมหาทวีปอยู่ตรงทิศทั้ง 4 คือ

  • ทิศเหนือ อุตรกุรุทวีป เป็นที่อยู่ของต้นกัลปพฤกษ์
  • ทิศตะวันออก บุรพวิเทหทวีป
  • ทิศใต้ ชมพูทวีป เป็นที่อยู่ของป่าหิมพานต์
  • ทิศตะวันตก อมรโคยายทวีป

ถัดมาจากมหานทีสีทันดร จะมีภูเขากั้นโดยรอบเรียกว่า ขอบจักรวาล พ้นไปนั้น เรียกว่า นอกขอบจักรวาล

อนุสรณ์เจดีย์พระอาจารย์บุญมาก ฐิติปัญโญ

สำหรับวัดสิรินธรวราราม (วัด ภูพร้าว) เป็นวัดเก่าของหลวงปู่บุญมาก ฐิติปัญโญ เป็นสถานที่สำคัญที่บูรพาจารย์หลายท่านได้มาพำนักจำพรรษาบำเพ็ญสมณธรรม นำพาพระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา มาอบรมสมาธิภาวนา

ครั้นเมื่อพระอาจารย์บุญมาก ฐิติปัญโญ เดินทางมาเผยแผ่ธรรมะทางฝั่งไทย ท่านได้มาพักปักกลดที่ภูพร้าวแห่งนี้ ในราวปี พ.ศ.๒๔๙๗ ถึง ๒๕๑๖ ท่านได้มาขอบิณฑบาตสถานที่บน ภูพร้าว แห่งนี้เป็นวัด จากทางหน่วยทหารและทางราชการนายอำเภอพิบูลมังสารหาร ในราวปี พ.ศ.๒๕๐๐ – ๒๕๑๔ ขณะกำลังมีการสำรวจระดับที่จะสร้างเขื่อนสิรินธร ทางหน่วยทหารและทางราชการอำเภอ จึงให้ตั้งชื่อวัดเป็น วัดสิรินธรวราราม

ท่านสร้างศาลาหลังหนึ่งไม่ใหญ่นัก พอเป็นที่พักรองรับญาติโยม ซึ่งได้หมดสภาพ และมีการสร้างศาลาแทนหลังเดิมที่เห็นอยู่นี้ เมื่อท่านพระอาจารย์บุญมาก ได้มาพำนักพักอาศัยพื้นที่แห่งนี้ในการปฏิบัติธรรม ท่านอธิฐานและรู้ด้วยญาณ ท่านได้ปรารภกับศิษย์ไว้ว่า “เธอคอยดูต่อไปในอนาคต จะมีผู้มีบุญจะมาบำเพ็ญบารมีของเขาให้เต็มบริบูรณ์ เขาจะมาสร้างสถานที่แห่งนี้ให้รุ่งเรือง จะมีพระสงฆ์ อุบาสกอุบาสิกาจำนวนมาก มาในสถานที่แห่งนี้ ปราชญ์บัณฑิตจะแวะมาพักอาศัยมิได้ขาด”

ครั้นต่อมา ด้วยความล่วงเลยไปตามกาลเวลาและความทุรกันดาร วัดสิรินธรวราราม (วัดภูพร้าว) แห่งนี้จึงทรุดโทรมลงเพราะขาดการบูรณะ หลวงพ่อสีทนจึงได้ขึ้นมาพัฒนาวัดภูพร้าวอีกวัดหนึ่ง ผลงานที่หลวงพ่อสีทนได้ทำประโยชน์ให้กับส่วนรวม นอกจากการเผยแผ่ธรรมะซึ่งเป็นงานสำคัญของพระสงฆ์แล้ว ขณะที่ท่านมาสร้างวัดที่ภูพร้าว ได้เห็นทหารตำรวจชายแดนเขาลำบากมาก ท่านจึงได้ไปช่วยสร้างที่พักให้เขา หาน้ำหาไฟฟ้าไปให้ใช้ ทหารตำรวจจึงรักท่านมาก

ที่ตั้ง วัดสิรินธรวราราม ภูพร้าว

Facebook : วัดภูพร้าว

เลขที่ 99 หมู่ที่ 6 บ้านอ่างประดู่ ตำบลช่องเม็ก อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี


แชร์ได้นะครับ
1 ความคิดเห็น

นี่ไง