วันเสาร์, 24 ตุลาคม 2563

วัดแจ้ง สถาปัตยกรรมแบบเก่าที่หาดูได้ยาก

01 มิ.ย. 2020
159
แชร์ได้นะครับ

ผมย้ายมาอยู่อุบลฯได้ 1 ปีกว่าๆ แต่ด้วยการทำงานที่ไม่ค่อยเอื้อต่อการเดินทาง ไม่มีเวลาไปไหนมาไหน ก็เลยสร้างภาระกิจให้ตัวเอง ด้วยการไปให้ครบ 163 จุด โบราณสถานในจังหวัดอุบลฯ และ วัดแจ้ง นี่คือ 1/163 เราไปรู้จักกับสถานที่แห่งนี้กันกับ iwegooo กันครับ

วัดแจ้ง จังหวัดอุบลราชธานี เป็นวัดที่เจ้าราชบุตร (หนูคำ) ผู้ปกครองเมืองอุบลราชธานีสร้างขึ้น ภายในวัดมีสิมเก่า งานสถาปัตยกรรมท้องถิ่นอีสานที่ได้รับยกย่องว่ามีรูปทรงสวยงาม มีงานจำหลักไม้ที่มีฝีมือแบบพื้นบ้านอีสานโดยแท้ และลักษณะเด่นของสิม คือ คันทวยนาคและหางหงส์ที่มีความอ่อนช้อยและงดงาม โดยทำเป็นรูปหัวนาคมีหงอนสะบัดปลายเป็นกนกเปลว

ประวัติวัดแจ้ง อุบลราชธานี

เมื่อเจ้าราชบุตร (หนูคำ) หนึ่งในคณะอาญาสี่ ผู้ปกครองเมืองอุบลราชธานีได้สร้างวัดทองนพคุณสนองพระคุณมารดาแล้วมีใจชื่นชมยินดีมาก จึงให้สร้างวัดอีกวัดหนึ่งขึ้นที่สวนอีกแปลงของท่านและอยู่ทางเหนือของเมือง วัดแจ้งถูกสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2431 ตรงกับรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เมื่อเดินทางจากตัวเมืองไปทางเหนือพอมาถึงบริเวณวัดนี้ก็จะสว่างพอดี หรือเรียกว่า แจ้งพอดี จึงขนานนามวัดนี้ว่า “วัดแจ้ง”  นอกจากนี้ท่านยังได้สร้างพระประธานประดิษฐานไว้ในศาลาการเปรียญและสร้างอูปมุงสำหรับใส่อัฐิธาตุบรรพชนของท่านไว้ด้วย

สิมวัดแจ้ง อุบลราชธานี

สิมวัดแจ้งนั้นได้รับการยกย่องว่ามีรูปทรงสวยงามและมีงานจำหลักไม้ที่มีฝีมือแบบพื้นบ้านโดยแท้ซึ่งนับวันจะหาดูเป็นตัวอย่างศึกษาได้ยาก สร้างแล้วเสร็จ พ.ศ. 2455 หรือหลังจากการตั้งวัดแล้ว 24 ปี โดยญาท่านเพ็ง เป็นผู้ควบคุมการก่อสร้าง มีขนาดความกว้าง 6 เมตร ยาว 15 เมตร สูง 10 เมตร หันหน้าไปทางทิศตะวันออก

ลักษณะของสิม วัดแจ้ง ตัวอาคารก่อด้วยอิฐฉาบปูน ฐานเอวขันธ์แบบปากพาน มีบันไดขึ้นทางด้านหน้ามีมุขเฉลียงอยู่ด้านหน้า หน้าต่างด้านข้างด้านละ 3 ช่อง ผนังด้านหลังก่อทึบถึงจั่วไม่มีหน้าบัน หลังคาชั้นเดียวมีพะไร (ปีกนก) ทางด้านข้าง รวยลำยองแบบไม่มีนาคสะดุ้ง (รวยระกามอญ) ช่อฟ้า (โหง่) ใบระกาและหางหงส์แบบอีสาน เดิมมุงด้วยแป้นไม้อันเป็นเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมอีสาน ต่อมาเมื่อแป้นไม้ชำรุดจึงเปลี่ยนเป็นกระเบื้องดินขอ มีบันไดอยู่ด้านหน้า ราวบันไดปั้นเป็นรูปจระเข้หมอบ 2 ตัว เอาหัวห้อยลงมาทางตีนบันได ส่วนหางชี้ขึ้นบนส่วนเฉลียงของหน้าสิม เสาด้านหน้าเป็นเสาไม้กลม 4 ต้น หน้าบันสลักไม้เป็นลวดลายแบบพื้นบ้านผสมลายไทยภาคกลาง ด้านบนสุดของหน้าบันแกะสลักไม้เป็นรูปช้างเอราวัณอยู่ตรงกลางระหว่างคชสีห์ 2 ตัว ปิดทองร่องกระจก รวงผึ้งสลักไม้ลายดอกบัวและกอบัวอย่างสวยงาม หากพิจารณาจากปีที่สร้างแล้ว หน้าบันที่สิมวัดแจ้งน่าจะเอาแบบอย่างจากหน้าบันของหอพระพุทธบาทวัดทุ่งศรีเมือง เพียงแต่ช่างได้ประดิษฐ์ลวดลายเพิ่มเติมให้มีความวิจิตรสวยงามมากขึ้นจนโดดเด่น ลักษณะเด่นของสิม คือ ความสวยงามอ่อนช้อยของคันทวยนาคและหางหงส์ที่ทำเป็นรูปหัวนาคมีหงอนสะบัดปลายเป็นกนกเปลว

หน้าบันสิมวัดแจ้ง ประดับด้วยรวงผึ้งไม้แกะสลักที่ใช้วิธีแกะสลักลงในเนื้อไม้แบบดั้งเดิม มีเอกลักษณ์ของช่างพื้นถิ่นอีสาน แต่หน้าบันส่วนบนตกแต่งลวดลายไม้แบบทำเป็นชิ้นส่วนแล้วนำมาติด(ไม่ได้แกะสลักเนื้อไม้) เป็นรูปดอกไม้และกระจังรวน ด้านบนสุดเริ่มมีคติของการเอารูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณจากภาคกลางมาใช้ 

ราวบันไดสิมวัดแจ้ง ทำเป็นรูปจระเข้ 

เส้นทาง

วัดแจ้งตั้งอยู่ในตัวจังหวัดอุบลราชธานี ในเขตเทศบาลนครอุบลราชธานี ริมถนนสรรพสิทธิ์ ตัดกับซอยสรรพสิทธิ์ 2 และถนนนครบาล

สิมวัดแจ้งเป็นโบราณสถานที่ได้รับการบูรณะจากกรมศิลปากรจนมีสภาพมั่นคงแข็งแรง ประวัติวัดและประวัติการก่อสร้างเกี่ยวเนื่องอย่างใกล้ชิดกับเมืองอุบลราชธานี ผู้สนใจสามารถเข้าเยี่ยมชมได้ทุกวัน โดยไม่เสียค่าเข้าชม

กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานโบสถ์เก่าวัดแจ้งในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 97 ตอนที่ 163 วันที่21 ตุลาคม 2523 เรื่อง ขึ้นทะเบียนโบราณสถาน

นอกจากนี้กรมศิลปากรยังขึ้นทะเบียนโบสถ์หรือสิมวัดแจ้งเป็นโบราณสถานที่ควรอนุรักษ์ในปี 2527

บรรณานุกรม

ท่องธารธรรม ตามมูนเมืองอุบล แหล่งธรรมะและธรรมชาติ. (2553). อุบลราชธานี: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี.

ปิยะฉัตร ปีตะวรรณ และสุภัต รักเปี่ยม. (2541). สถาปัตยกรรมอุบลราชธานี. อุบลราชธานี: ชมรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมศิลปกรรมท้องถิ่น จังหวัดอุบลราชธานี สำนักศิลปวัฒนธรรม สถาบันราชภัฏอุบลราชธานี.

มะลิวัลย์ สินน้อย, ผู้รวบรวม. ฐานข้อมูลวัดในจังหวัดอุบลราชธานี, วันที่ 17 มกราคม 2558. http://www.esanpedia.oar.ubu.ac.th/ubon_temple.

วิโรฒ ศรีสุโร. (2536). สิมอีสาน. กรุงเทพฯ: เมฆาเพรส.

ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม วิทยาลัยครูอุบลราชธานี. (2534). รายงานการประชุมเสวนาทางวิชาการ “วัดและประเพณีพื้นบ้าน”. อุบลราชธานี: ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม วิทยาลัยครูอุบลราชธานี.

พบกันกับการเดินทางครั้งต่อไปของ 2/163  วัดสว่างอารมณ์


แชร์ได้นะครับ