วันอาทิตย์, 29 พฤศจิกายน 2563

พระพุทธบาทห้วยต้ม ลำพูน

แชร์ได้นะครับ

วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม ชื่อนี้อาจจะฟังไม่ค่อยคุ้นหูกันเท่าไหร่  สำหรับผู้คนที่อยู่ต่างพื้นที่  แต่นี้คืออีกสถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดลำพูน ที่มีประวัติความเป็นมาอันยาวนาน วันนี้ iwegooo จะพาท่านมาทำความรู้จักกับวัดแห่งนี้กันมากขึ้นครับ555

วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม ลำพูน iwegooo เดินทางท่องเที่ยว พจญภัย ไปคนเดียว

อำเภอลี้ ก็ถือว่าเป็นอีกเมืองที่มีความยาวนาน ด้านประวัติศาสตร์ ที่ก่อสตั้งเมืองมาตั้งแต่ช่วงสมัยกรุงสุโขทัย เมื่อประมาณปี พ.ศ.1800 สมัยนั้นได้มีพระนางจามี ซึ่งเป็นพระธิดาแห่งเมืองหลวงพระบาง ได้ทำการอบพยบผู้คน หลบหนีจากข้าศึกและโรคระบาดมาจากเมืองหลวงพระบาง มาสู่อาณาจักรล้านนา และได้ทำการสร้างเมือง ณ บริเวณวัดพระธาตุดวงเดียว และได้ตั้งชื่อเมืองว่า “เมืองลับลี้” หรือ เมืองลับลี้ เมืองที่ถูกสร้างนี้ได้มีความเจริญรุ่งเรืองมาก จนถึงในช่วงเมืองสุโขทัยหรือเมืองศรีสัชนาลัย ได้ทำการยกทับมาตีเมือง และได้กวาดต้อนผู้คนทรัพย์สินกลับไปยังเมืองสุโขทัย หลังจากนั้นทำให้เมืองลี้ต้องกลายเป็นเมืองร้าง

วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม ลำพูน iwegooo เดินทางท่องเที่ยว พจญภัย ไปคนเดียว

ในเวลาต่อมา เริ่มมีผู้คนอพยบมาจากเมืองเชียงใหม่ เมืองลำพูน เถิน และ ตาก เข้ามาตั้งหลักแหล่งในเมืองลี้ จนเริ่มเจริญเติบโตขึ้น จนถึงช่วงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ เจ้าเมืองนครหริภัญไชย ได้แต่งตั้งเจ้าเมืองมาปกครองและได้ทำการตั้งเป็นเมืองลี้อีกครั้งหนึ่ง ต่อมาในปี พ.ศ. 2454 ได้ทำการเปลี่ยนมาเป็น อำเภอเมืองลี้ และในปี พ.ศ. 2460 ได้ทำการเปลี่ยนมาเป็น อำเภอลี้จนถึงปัจจุบันนี้

และในทุกวันนี้ถ้าได้ลองแวะเข้ามาเยี่ยมชมอำเภอลี้ เราก็ยังจะสามารถเห็นซากเมืองลี้ ซากกำแพงให้เห็น แถวบริเวณวัดพระธาตุห้าดวง วัดพระธาตุดวงเดียว วันโปางกาง และวัดลี้หลวง ได้

วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม ลำพูน iwegooo เดินทางท่องเที่ยว พจญภัย ไปคนเดียว

บ้านห้วยต้ม ถือว่าเป็นอีกหนึ่งหมู่บ้านของชาวเขาเผาปกาเญอะ หรือเผ่ากะเหรี่ยง ซึ่งมีผู้คนในหมู่บ้าน ราวๆ 600 หลังคาเรือน และมีผู้อยู่อาศัยเกือบ 3,000 คน ถือเป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ ซึ่งผู้คนที่อพยพมา ตั้งถิ่นฐานตั้งแต่ปี 2514 เนื่องจากทางราชการได้มีการสร้างเขื่อนยันฮี หรือเขื่อนภูมิพล ทำให้ชาวเชาไม่มีพื้นที่ทำกิน และในช่วงระยะเวลาแรกๆนั้นมีความเป็นอยู่ที่ลำบากมากเพื่อพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นหินศิลาแลงและสภาพพื้นที่โดยทั่วไปมีความแห้งแล้ง จนชาวกะเหรี่ยงบางคนไม่สามารถทนอยู่ได้ จึงต้องอพยพย้ายไปตั้งถิ่นฐานใหม่ สำหรับพวกที่ทนอยู่ก็หากินและทำงานด้วยความยากลำบากต่อสู้กับอุปสรรคอันแห้งแล้งของธรรมชาติ

1.
ความเป็นมาของวัดพระพุทธบาทห้วยต้ม

วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม ถือว่าเป็นอีกหนึ่งในวัดที่มีความงดงาม ทางด้านศิลปกรรมแบบผสมระหว่างล้านนากับพม่า โดยเฉพาะพระธาตุเจดีย์ทรงแหลมเรียวรายล้อมด้วยเจดีย์ขนาดเล็กอีก 16 องค์ ภายในศาลารอบองค์พระธาตุเจดีย์จะมีรูปปั้นของเกจิอาจารย์ ชื่อดังของประเทศกว่า 30 องค์ และภายในศาลาหลังใหญ่ยังเป็นที่ตั้งศพของครูบาชัยยะวงศาพัฒนาบรรจุในโลงแก้วให้ศรัทธาประชาชนได้กราบไหว้ นอกจากนั้นในบริเวณด้านเหนือของวัดเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปพระเจ้าเก้าตื้อจำลองซึ่งประดิษฐานอยู่ในพระมณฑป ได้จัดให้มีพระราชพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไปเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2544

วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม ลำพูน iwegooo เดินทางท่องเที่ยว พจญภัย ไปคนเดียว

พระเจ้าเก้าตื้อที่ประดิษฐานอยู่ในพระมณฑปวัดพระบาทห้วยต้ม ได้จำลองมาจากพระเจ้าเก้าตื้อในอุโบสถวัดสวนดอก จังหวัดเชียงใหม่ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยฝีมือสกุลช่างเชียงแสนผสมสุโขทัยหน้าตักกว้างประมาณ 120 นิ้ว ว่ากันว่าพระเจ้าเก้าตื้อองค์จริงที่วัดสวนดอกสร้างขึ้นในสมัยของพระยารัตนเมืองแก้ว เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ 14 แห่งราชวงศ์มังราย (พ.ศ.2038-2068) อันนับเป็นยุคแห่งความรุ่งเรืองไพบูลย์ของศาสนาในเชียงใหม่มากที่สุด พระเจ้าเก้าตื้อองค์นี้นับเป็นพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะงดงามได้สัดส่วน และเนื่องด้วยที่พระองค์นี้มีน้ำหนัก 9 ตื้อ ซึ่งเป็นมาตราชั่งของคนล้านนา ต่อมาชาวบ้านจึงเรียกกันต่อมาว่า “พระเจ้าเก้าตื้อ”

วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม ลำพูน iwegooo เดินทางท่องเที่ยว พจญภัย ไปคนเดียว

เมื่อครั้งที่ครูบาวงศ์ ได้สร้างมณฑปขึ้นที่วัดพระบาทห้วยต้ม ท่านได้ให้ช่างปูนปั้นจำลองแบบพระเจ้าเก้าตื้อมาจากองค์จริงที่ประดิษฐาน ณ วัดสวนดอก พร้อมกับได้กราบทูลอาราธนาสมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายก เสด็จมาเป็นองค์ประธานทำพิธีเททอง

วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม ลำพูน iwegooo เดินทางท่องเที่ยว พจญภัย ไปคนเดียว

ความรุ่งเรืองแห่งพุทธศาสนาในแผ่นดินเมืองลี้ยังแผ่ขยายปกคลุมให้ชนชาวกะเหรี่ยงที่อาศัยอยู่บริเวณนั้นด้วย และปัจจุบันมีชาวกะเหรี่ยงบ้านห้วยต้มจำนวนมากที่มีความเลื่อมใสศรัทธาต่อพระพุทธศาสนาและเชื่อฟังคำสั่งสอนของครูบาวงศ์ ทุกๆ วันพระพวกเขาจะไม่ทานเนื้อสัตว์และจะเคร่งครัดยึดมั่นในศีล จะเห็นได้จากที่เวลาชาวบ้านไปทำบุญที่วัดมักจะถอดรองเท้าไว้ตั้งแต่ที่หน้าประตูวัด ซึ่งภาพเช่นนี้มีให้พบเห็นไม่บ่อยนักหากไม่นับรวมกับความศรัทธาของชาวไทใหญ่แห่งพม่าที่ยังคงยึดถือปฏิบัติความเชื่อเช่นนี้เหมือนกัน

จักรพงษ์ คำบุญเรือง : ผู้เรียบเรียง


แชร์ได้นะครับ